Free Wi-Fi @ Don muang airport terminal 2

ไม่ต้องอิจฉาประเทศอื่น ประเทศเราก็มี Airport Wi-Fi / Internet หลาย ๆคนอาจจะยัง ไม่ทราบว่า ที่ Don muang airport terminal 2 ก็มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ โดย Wi-Fi จะมีชื่อว่า AOT Free Wi-Fi by TrueMove H ไม่ต้องตกใจ ถ้าตัวเองไม่ได้ใช้เครือข่ายTruemove Wi-Fi ตัวนี้มารถเข้าใช้ได้ฟรี โดยมีเวลาจำกัดอยู่ที่ 2 ชั่วโมง

shuttle bus don muang airport

เชื่อมต่อง่ายๆ เมื่ออยู่ที่ Don muang airport terminal  2  หาที่นั่งพักแล้วกดเชื่อมต่อ @ AirportTrueFreeWiFi  ทำตามขั้นตอน เริ่มจากการลงทะเบียนเพื่อรับไอดีและพาสเวิร์ด เลือกภาษาที่ต้องการ หลังจากนั้นกรอกข้อมูล ตามที่โปรแกรมได้ระบุ และคลิกลงทะเบียน ก็จะได้รับ Wi-Fi มาเล่นคั่นเวลา สำหรับคนที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตามบริการของเครือข่ายที่ตนใช้อยู่แล้ว ที่ Don muang airport terminal  2 ก็มีบริการของแต่ละเครือข่ายอยู่เช่นกัน

พิเศษไปกว่านั้น สำหรับคนที่ติดโซเชียล หรือจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตต่อ หลังจากออกจาก Don muang airport terminal  2 แล้วยังอยากใช้ Wi-Fi ฟรี ก็สามารถเลือกการเดินทาง โดย Limo Bus บนตัวรถมีบริการ Free Wi-Fi ทำให้คุณสามารถค้นหาสถานที่ที่คุณจะไป หรือข้อมูลต่างๆ ที่ยังสงสัยระหว่างการเดินทาง โดย Limo bus จะจอดตามสถานีรถไฟฟ้า BTS MRT โดยปลายทางจะอยู่ที่ สวนลุมพินี และถนนข้าวสาร ขึ้นจาก Don muang airport terminal  2 ได้ที่ ประตู 14 อาคาร 2 และ ประตู 5 อาคาร 1

เมื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นเราจึงสร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต ฟรีทั้งภายใน Don muang airport terminal  2 และฟรีต่อเนื่องเมื่อใช้บริการ Limobus ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดข้อมูลหรือหลงทาง ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว อัพเดทความเคลื่อนไหว หรือเชคอินไฟล์ทได้ล่วงหน้าหายห่วง

6 เทคนิคสุดง่าย สร้างอีเมลมาร์เก็ตติ้งให้ประสบความสำเร็จ

แม้จะไม่ใช่วิธีโฆษณารูปแบบใหม่ แต่อีเมลมาร์เก็ตติ้งก็ยังเป็นที่นิยมใช้และถูกกล่าวถึงว่ามีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ง่าย มีต้นทุนในการผลิตไม่สูงแต่กลับมีประสิทธิภาพมากไม่แพ้วิธีโฆษณาอื่นๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้การเพิ่มคุณภาพ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะประสบสำเร็จจากการใช้อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เราสามารถทำได้โดยใช้เทคนิคง่ายๆ จำนวน

6 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. ทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายให้ดีเสียก่อน

ขั้นตอนแรกสำหรับการส่งอีเมลมาร์เก็ตติ้ง คือการทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารด้วย การรู้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราสื่อสารได้ตรงประเด็น รวมถึงสามารถกำหนดแนวทางและรูปแบบของอีเมลได้เหมาะสมอีกด้วย เช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน การใช้รูปแบบทางการจะได้ผลดีกว่ารูปแบบที่เป็นกันเอง หรือถ้ากลุ่มเป้าหมายอยู่ในธุรกิจศิลปะก็อาจต้องใช้รูปแบบที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์มากขึ้น

  1. หัวข้อเรื่องต้องน่าสนใจและมาจากผู้ส่งที่น่าเชื่อถือ

ถ้าอยากให้การส่งอีเมลมาร์เก็ตติ้งประสบความสำเร็จ การตั้งหัวข้อเรื่องและชื่อผู้ส่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะทั้งสองส่วนเป็นสิ่งแรกที่กลุ่มเป้าหมายเห็น จึงถือเป็นตัวตัดสินว่าอีเมลของเราจะถูกเปิดอ่านหรือไม่ หากหัวข้อเรื่องมีความน่าสนใจ มีจุดเด่น และชื่อผู้ส่งมีความน่าเชื่อถือ โอกาสการเปิดอ่านย่อมมีมากขึ้น การใช้คำและตัวสะกดที่ถูกต้องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเปิดอ่านและทำให้อีเมลของเรามีลักษณะไม่เหมือนกับอีเมลสแปมอีกด้วย

  1. เขียนเนื้อหาอีเมลให้มีคุณค่าและโดดเด่น

เนื้อหาต้องตรงประเด็นและมีความชัดเจน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารจริงๆ แทนที่จะเลือกใช้เนื้อหาแบบที่เน้นการขายเพียงอย่างเดียว เราอาจเลือกใช้ Content Marketing เพื่อทำให้เนื้อหาของเรามีความหลากหลาย น่าอ่าน และที่สำคัญไม่เป็นการยัดเยียดจนเกินไป นอกจากนี้การผลิตเนื้อหาให้มีความโดดเด่นและแปลกใหม่จะช่วยดึงความสนใจกลุ่มเป้าหมายให้อ่านอีเมลจนจบ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีกับเราด้วย

  1. อย่าลืมข้อความเร่งปิดการขายหรือ Call to Action

ข้อความ Call to Action ช่วยสร้างแรงดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายอยากมีส่วนร่วมกับเราได้ดี ด้วยการใช้

ข้อความที่ตรงประเด็นและโน้มน้าวใจให้เกิดความต้องการหรือทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่าไม่ควรพลาดโอกาสนี้โดยเด็ดขาด ตัวอย่างข้อความ Call to Action เช่น คลิกตอนนี้ทดลองใช้งานฟรี ซื้อตอนนี้ลดทันที หรือใช้การกำหนดเวลามาเป็นตัวเร่งให้กลุ่มเป้าหมายรีบตัดสินใจ เช่น ลดสูงสุดถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น เป็นต้น

  1. เพิ่มช่องทางเชื่อมต่อไปที่ Social Network

เป็นวิธีที่พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดสำหรับการทำอีเมลมาร์เก็ตติ้ง เพราะเป็นการติดต่อสื่อสารด้วยช่องทางส่วนตัว การใช้ Social Network จึงเป็นช่องทางที่ช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้กับธุรกิจ ด้วยการเชื่อมต่อจากอีเมลของเราไปยัง Social Network ส่งผลให้อีเมลเผยแพร่ออกไปได้กว้างขึ้น กล่าวคือเราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ปกติเราไม่อาจเข้าถึงได้ และยังเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

  1. สร้างสรรค์รูปแบบที่เหมาะกับสมาร์ทโฟน

ในปัจจุบันผู้คนติดต่อสื่อสารออนไลน์กันผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก การใช้อีเมล

มาร์เก็ตติ้งจึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วย การแสดงผลของอีเมลบนสมาร์ทโฟนเป็นส่วนสำคัญที่เราต้องคำนึงถึง โดยรูปแบบที่ควรใช้ คือการแสดงเนื้อหาแบบคอลัมน์เดียว และใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ทั้งในส่วนของเนื้อหาและหัวชื่อเรื่อง

น้ำหอมดับกลิ่น อุจจาระ จากบิล เกตส์

bill gates

บิล เกตส์ เจ้าพ่อ ไมโครซอฟท์ จับมือกับบริษัทน้ำหอมยักษ์อันดับ 1 ในฝรั่งเศส ออกโปรเจคใหม่ น้ำหอมที่สามารถดับกลิ่นอุจจาระ โดยจะเน้นไปที่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีห้องน้ำไม่ถูกสุขลักษณะ ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คน

โดยการพัฒนาน้ำหอมครั้งนี้ใช้วิธีคิดเดียวกับการทำเฮดโฟนที่เวลาเราฟังอยู่จะสามารถตัดเสียงภายนอกออกได้ น้ำหอมชนิดนี้จะสามารถหลอกประสาทการรับกลิ่นของมนุษย์ที่จะส่งต่อไปยังสมอง ทำให้ไม่ได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ของอุจจาระ กลิ่นตัว จากเหงื่อไคล รวมทั้งกลิ่นที่มาจากการอาเจียน

เจ้าพ่อของไมโครซอฟท์ ได้บอกอีกว่า หลังจากทดลองใช้น้ำหอมนี้ โดยได้จำลองสถานการณ์มีกลิ่มอุจจาระ เเต่เขาไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนอกจากกลิ่นหอมของดอกไม้ และเขาเรียกว่า กลิ่นแห่งความสำเร็จ

น้ำหอมเหล่านี้ จะขายในประเทศ อินเดีย เเละ แอฟฟริกา โดยจะมีราคาถูกและใช้งานง่าย เพื่อที่จะใช้ได้ทั่วถึง

ที่มา > beartai.com

เคล็ดลับในการเลือกแว่นตา กับรูปหน้าต่างๆ

วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเลือกเเว่นตา ให้เหมาะกับรูปหน้ามาให้ชมกันค่ะ 

*ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม (Square Face)

1.ควรเลือกกรอบที่ทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

2.กรอบที่แคบและมีความโค้งมนเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมน้อยลง และเพิ่มความยาวให้ใบหน้า

3.กรอบควรมีความยาวในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง

4.ลองเลือกกรอบรูปไข่ที่มีก้านแว่นอยู่ตำแหน่งตรงกลาง ไม่สูงหรือต่ำ

 

*ใบรูปหน้ากลม (Round Face)

1. กรอบที่แคบและเป็นมุมเฉียงเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

2. หลีกเลี่ยงกรอบแบบกลม จะทำให้หน้าดูใหญ่เกินความจริง

3. กรอบควรมีความกว้างมากกว่าความลึก

 

*ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมหรือรูปหัวใจ (Triangle or Heart Shaped Face)

1.เลือกกรอบที่ช่วยเพิ่มความกว้างตั้งแต่บริเวณใต้ระดับตาลงไปจนถึงคางที่แคบ

2.เลือกแบบที่สีอ่อนมากๆ และไม่มีกรอบ

3.ลองดูกรอบที่ด้านล่างกว้างกว่าด้านบน

4.กรอบแบบที่นักบินใช้ แบบผีเสื้อ หรือแบบคล้ายๆสามเหลี่ยม (ด้านบนโค้ง แต่ด้านล้างตรง) ก็ใช้ได้เช่นกัน

 

*ใบหน้ายาว (The Long or Rectangular Face)

1.กรอบควรทำให้หน้าดูสั้นลงและกว้างออก

2.กรอบควรจะมีความลึกจากด้านบนลงด้านล่าง

3.เพื่อให้หน้าดูนุ่มลง ควรเลือกกรอบแบบกลม ลึก หรือกรอบที่เป็นสามเหลี่ยม (ด้านบนเป็นเส้นตรง ด้านบนโค้ง) หรือกรอบที่เน้นเส้นในแนวนอน

4.สะพานแว่นที่อยู่ในตำแหน่งต่ำจะทำให้จมูกดูสั้นลง

 

*ใบหน้ารูปไข่ (The Oval Shape Face)

1.เลือกกรอบที่ทำให้หน้ารูปไข่คงความสมดุล

2.เลือกกรอบที่กว้าง หรือกว้างกว่าส่วนที่กว้างที่สุดของใบหน้า

3.เลือกกรอบสมส่วนเพื่อให้รับกับใบหน้า

4.เลือกกรอบที่เป็นแนวเดียวกับคิ้ว อย่าเลือกแว่นที่ทำให้เกิดแนวเส้นใหม่ขึ้นบน ใบหน้า

 

*ใบหน้ารูปเพชร (Diamond)

ใบหน้าแบบนี้เป็นแบบที่พบน้อยที่สุดค่ะ เพื่อที่จะทำให้ดวงตาดูเด่นและเบี่ยงเบนความสนใจไปจากโหนกแก้ม ลองเลือกกรอบที่มีรายละเอียดหรือเน้นที่คิ้ว หรือเลือกแว่นแบบไม่มีกรอบ, กรอบรูปไข่ หรือกรอบรูปตาแมว เพื่อเพิ่มความกว้างและเน้นส่วนด้านบนของหน้าที่แคบ ลองเลือกกรอบที่เน้นสีสันมากๆ หรือมีลูกเล่นที่กรอบด้านบนด้านเดียว หรือกรอบรูปตาแมว

 

เลือกได้ในอัลบั้ม FACEBOOK :  Giftgreats

#แว่นตา  #กรอบแว่น  #รับตัดเลนส์  #แว่นกันแดด

ระบบการทำงานของ Cloud Hosting

ในวงการ IT คงไม่มีใครไม่รู้จักระบบ Cloud Hosting อีกต่อไป เพราะเทคโนโลยี Cloud Hosting กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อโลกอินเทอร์เน็ตและการวางระบบเว็บไซต์มากขึ้นทุกที ความเข้าใจในหลักการทำงานและรากฐานของระบบ Cloud Hosting จึงเป็นสิ่งสำคัญ และเราหวังอย่างยิ่งว่าเนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงหลักการทำงานของระบบ Hosting สมัยใหม่นี้ได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

อันที่จริงเราสามารถอธิบายหลักการทำงานพื้นฐานของ Cloud Hosting อย่างตรงประเด็นได้ไม่ยากเลย เพราะเบื้องต้นแล้ว ระบบ Cloud Hosting นั้นเกิดจากนำเครื่องเซิฟเวอร์จำนวนหลายเซิฟเวอร์ มาทำงานร่วมกันเพื่อลดภาระของการทำงานของเซิฟเวอร์นั่นเอง ถึงดูเป็นวิธีที่ง่ายๆ แต่ก็มีประสิทธิภาพและสมรรถภาพในการทำงานสูง สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี

ยิ่งเราเจาะลึกลงไปถึงระบบการทำงานของ Cloud Hosting จะพบข้อดีอีกมากมายที่ทำให้เจ้าของเว็บไซต์หลาย ๆ คนเลือกจะฝากความเชื่อมั่นไว้กับระบบใหม่นี้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของความต่อเนื่อง ซึ่งใช้ประโยชน์จากการที่เรามีเซิฟเวอร์หลายเซิฟเวอร์ทำงานร่วมกันใน Cloud แม้เครื่องใดเครื่องจะเกิดปัญหาหรือเสียหาย เครื่องอื่น ๆ ก็สามารถทำงานประมวลผลต่อแทนได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงเว็บไซต์แม้แต่นิดเดียว

การจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์บน Cloud Hosting ยังมีข้อดีเหนือกว่า Web Hosting แบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะแทนที่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในเครื่องเซิฟเวอร์ที่ทำหน้าที่ประมวลไปด้วย Cloud Hosting ลดภาระของเซิฟเวอร์ด้วยการแบ่งเซิฟเวอร์ที่ทำหน้าที่ประมวลผล กับเซิฟเวอร์ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากจะทำให้เซิฟเวอร์ทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุลแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบโดยรวมอีกด้วย

ข้อผิดพลาดในการทำโฆษณาออนไลน์ที่ควรระวังมากที่สุด

ปัจจุบันนี้นั้นการทำโฆษณาออนไลน์ถือว่าได้รับความนิยมจากทั่วทุกวงการ เพราะโลกออนไลน์นั้นกำลังบูม ถ้าเราไม่เจาะตลาดทางด้านนี้ก็อาจจะทำให้ธุรกิจของเรานั้นอยู่ยากขึ้น แต่ในการลงโฆษณานั้นเราก็ควรที่จะศึกษาขั้นตอนในการลงไว้บ้าง เพราะถ้าเราไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลยก็จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้เช่นกัน

1. อย่าสร้างแคมเปญโฆษณาเพียงอย่างเดียว กับโฆษณาสินค้าชิ้นเดียว แต่ควรใส่คำค้นหามากมาย : จัดระเบียบแคมเปญโฆษณาโดยแยกตามหัวข้อ กลุ่มสินค้า หรือเขตพื้นที่ อย่ากลัวที่จะจัดหมวดหมู่คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด (Keyword) เข้าด้วยกัน ถ้าเว็บไซต์ของคุณถูกจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ต่างๆ อยู่แล้ว งานของคุณก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย

2. อย่าใส่ชื่อร้านค้าของคุณไว้ในข้อความเฮดไลน์: ผู้ประกอบการหลายรายมักจะใส่ชื่อร้านค้าไว้ในส่วนเฮดไลน์ (Headline) ซึ่งที่จริงแล้วนับเป็นการสิ้นเปลืองพื้นที่โฆษณา ถ้าลูกค้าค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ ก็มีแนวโน้มว่าลูกค้าจะไม่รู้ว่าคุณคือใคร

3. อย่าให้คำมั่นสัญญาอย่างผิดๆ : ถ้าเขาคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณแล้ว แต่สิ่งที่พบไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง ทางที่ดีคุณควรรักษาคำมั่นสัญญาหรือขายสินค้าตามราคาที่ระบุไว้ในโฆษณา

4. ทบทวนข้อมูลของคุณ หรือปรับแต่งแคมเปญของคุณอย่างต่อเนื่อง : ตรวจสอบข้อมูลสถิติบัญชี ทบทวนข้อมูลรายงานและบันทึกข้อมูลเว็บของคุณ และตรวจสอบผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ ใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบจำนวนผู้ซื้อ

5. อย่าประมูลคำค้นหาที่เกินกำลังความสามารถและงบประมาณของคุณ: ข้อดีของโฆษณาที่คิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนการคลิกก็คือ คุณสามารถกำหนดยอดเงินสำหรับการประมูลคำค้นหาให้ต่ำหรือสูงได้ตามที่คุณต้องการ และคุณจะสามารถปรับปรุงแคมเปญด้วยการตรวจสอบว่าโฆษณาและคำค้นหาใดบ้างที่ให้ผลลัพธ์อย่างที่คุณคาดหวัง แล้วจากนั้นก็ลบโฆษณาหรือคำค้นหาที่ขาดประสิทธิภาพออกไป