คลังเก็บผู้เขียน: admin

Email Marketing แคมเปญถาวร

การทำการตลาดสมัยนี้ จำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์อยู่สม่ำเสมอ เพราะมีการแข่งขันกันอย่างสูง นอกจากการส่งอีเมลหาลูกค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ ที่จะมัดใจลูกค้าให้ซื้อผลิตภัณฑ์ หรือบริการได้จึงต้องมีการทำแคมเปญขึ้น

คำว่า “แคมเปญถาวร” เป็นแคมเปญอย่างหนึ่งที่ไม่สิ้นสุดที่การขาย แต่ยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งวงจรชีวิตของลูกค้า Email Marketing ควรจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ต้องมองไปไกลกว่าเป้าหมายโดยตรงในการสร้างความสัมพันธ์และเริ่มการติดต่อในระยะยาว วิธีการที่แคมเปญด้านการตลาดทางอีเมลแบบถาวรสามารถสร้างความผูกพันระยะยาวได้

ผนวกรวมการสนทนาเนื้อหาและบริบท

ในการตรวจสอบให้แน่ใจต่อการมีส่วนร่วม นักการตลาดต้องศึกษาความสัมพันธ์กันของ 3 ส่วนหลักของแคมเปญอีเมลคือ บริบท,เนื้อหา และ การติดต่อสื่อสาร

บริบทอีเมล อธิบายถึงสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างแบรนด์กับบริษัทคู่แข่ง ตอบคำถามของผู้บริโภคว่าทำไมต้องสนใจแบรนด์ของคุณ

เนื้อหาอีเมล แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร ที่อยู่ทางด้านนอกของบริบทของแบรนด์ของคุณ ในขณะที่ไม่ได้ผลักดันการขาย เนื้อหาอีเมลจึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การติดต่อสื่อสาร การสร้างการสนทนาเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ที่อยู่ในอีเมล การสนทนาเหล่านี้ควรจะรวมถึง call-to-action โดยปกติแล้วการขายเป็นจะเป็นการบรรลุเป้าหมาย Email Marketing จะระดมผู้บริโภคโดยให้พวกเขาแบ่งปันข้อมูลกันบนเครือข่ายทางสังคมหรือการซื้อสินค้า

 

ระบุเมื่อลูกค้าพร้อมที่จะซื้ออีกครั้ง

นักการตลาดจะต้องมีความสามารถในการระบุเมื่อลูกค้าพร้อมที่จะซื้ออีกครั้ง นักการตลาดจะเห็นว่าความล้มเหลวในการระบุเมื่อลูกค้าพร้อมที่จะซื้อทำให้พลาดโอกาสสำคัญในการขาย ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาณความผิดปกติบนเว็บไซต์ของบริษัทของคุณ ตัวอย่างเช่นอาจระบุว่าลูกค้าพร้อมที่จะสั่งซื้อได้ เมื่อมีสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นและควรปรับแต่งอีเมลที่ส่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

 

อ้าแขนรับสิ่งกระตุ้น

จากการศึกษาแบรนด์หลักๆ สัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้บริโภคจะมีความสนใจในแบรนด์คือ การส่ง Email ของพวกเขาและการวางรายการในรายการสินค้าในรถเข็น เมื่อผู้บริโภคมีการจัดซื้อ แบรนด์สามารถใช้การส่งข้อความที่มีอิทธิพลในการกระตุ้นพวกเขาในอนาคต ตัวอย่างเช่น หากมีรายการอยู่ในตะกร้าซื้อสินค้าออนไลน์ แบรนด์สามารถส่งข้อความเตือนให้ลูกค้าของตนที่กำลังจะละทิ้งสินค้าในตะกร้าสินค้าได้หากอีเมลไม่มีอิทธิพลต่อการซื้อแล้วข้อมูลจากประวัติการท่องเว็บของคุณยังคงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเนื้อหาและจัดให้บริการในการส่งข้อความในอนาคตได้

 

คิดเหมือนลูกค้า

การสื่อสารจากแบรนด์ไม่ควรดูเหมือนหุ่นยนต์ ผู้บริโภคจะไม่ต้องแปลกใจถ้าพวกเขาได้รับการขอให้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน เหมือนกับแคมเปญที่ดีมักมีการวางเป้าหมายไว้ในใจ ด้วยการคิดเหมือนกับลูกค้าคุณสามารถระบุเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำให้ถามอย่างเหมาะสมและดำเนินการตามเป้าหมายของคุณได้

Digital Signage สื่องานอีเว้นท์

สมัยนี้การทำโฆษณาต้องโดดเด่นและน่าสนใจ เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นสะดุดตา Digital Signage จึงมาทดแทนป้ายประกาศแบบธรรมดา ซึ่งจอสามารถแสดงรายละเอียดของข้อมูลสินค้าได้ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เรามักจะพบเห็นได้ในงานอีเว้นท์

เพราะมันสามารถโต้ตอบกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มความประทับใจ และประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้ ซึ่งวันนี้เรามาพูดถึงประโยชน์ของ Digital Signage เพิ่มเติมกันดีกว่าว่าจะสามารถช่วยอะไรในการจัดงานอีเว้นท์ได้บ้าง

 

 ให้ข้อมูลได้มากขึ้น

เพราะเครื่อง Digital Signage สามารถสื่อสาร ให้ข้อมูลทั้งหมดกับผู้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ได้ เพียงแค่กดบนหน้าจอ รายละเอียดของสินค้า หรือรูปแบบของสินค้าก็จะแสดงข้อมูลขึ้นมาทันที

 

ส่งข้อความได้อย่างรวดเร็ว

พวกภาพ Real – Time / ผลคะแนน หรือคำแนะนำต่างๆ ที่อยู่ภายในงาน ผู้จัดงานอีเว้นท์ก็สามารถนำขึ้นแสดงผ่านจอ Digital Signage ได้

 

ลดภาระของพนักงาน

Digital Signage เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถทำให้ผู้เข้าชมงานอีเว้นท์ลดความต้องการในการขอความช่วยเหลือจากพนักงานได้ เพราะเราสามารถใส่ข้อมูลต่างๆ ที่อยากนำเสนอลงไปได้อย่างครบถ้วน โดยไม่ต้องมีพนักงานมาคอยยืนบอกรายละเอียดต่างๆ ถือเป็นการลดต้นทุนในส่วนของการจ้างพนักงานได้อีกด้วย

 

งานอีเว้นท์ดูน่าสนใจมากขึ้น

นอกจากเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย มันยังสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชมงานได้มากขึ้น และการใช้ Digital Signage ในการจัดอีเว้นท์ก็ยังทำให้การนำเสนอข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ดูน่าสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานได้มากขึ้นอีกด้วย

 

ต้องยอมรับเลยว่า การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการจัดอีเว้นท์ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะสามารถช่วยให้งานของคุณดูน่าสนใจมากขึ้นได้จริงๆ และยังเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้ทั้งในส่วนของผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ด้วยนะคะ ผู้จัดอีเว้นท์คนไหนอยากเพิ่มความสนใจให้กับงานที่จัดลองนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เราแนะนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ที่คุณจัดดูได้เลยค่ะ

เตรียมพร้อมก่อนลงโฆษณา

แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ปี 2018 แล้ว แต่ Content Marketing ก็ยังเป็นเครื่องมือทาง Digital Marketing ที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่งจากผลการสำรวจในปี 2017 พบว่าร้อยละ 90 ขององค์การต่างๆ ทั่วโลกเลือกใช้ Content Marketing ในการลงโฆษณาสินค้าบริษัทตัวเอง และเฉลี่ยงบประมาณกว่าร้อยละ 25 ให้กับการทำ Content Marketing

Content Marketing คืออะไร? การทำคอนเทนต์ คือ การทำการตลาดโดยที่ผู้ประกอบการสร้าง Content ในรูปแบบต่างๆ ขึ้นมา ไม่จำกัดว่าจะเป็นในรูปแบบเนื้อหา, วิดีโอ, Infographic หรืออื่นๆ ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการสร้างปฎิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดการจดจำในแบรนด์ รวมถึงทำให้ลูกค้าจงรักภักดีกับแบรนด์ด้วย

ซึ่งการทำ Content Marketing เพื่อลงโฆษณาสินค้าให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้ฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่การจะทำให้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบนั้น ผู้ประกอบการต้องรู้จักการเตรียมตัวที่ครอบคลุมเสียก่อน วันนี้ NIPA Technology จึงจะพาทุกคนไปรู้จัก 2 สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มทำ Content Marketing

  1. สำรวจแบรนด์ก่อนทำ Content Marketing
    การสำรวจแบรนด์ก่อนเริ่มทำ Content Marketing ถือเป็นก้าวแรกที่จะพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จ เพราะหากคุณเข้าใจในแบรนด์ของตัวเองแล้ว คุณจะรู้ทิศทางที่ต้องการพาแบรนด์ไป โดยสิ่งที่คุณต้องสำรวจจากแบรนด์ของคุณ คือ
    1.1) สำรวจกลุ่มเป้าหมาย : ค้นหาว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นลูกค้าของคุณคือใคร เพื่อให้ง่ายต่อการวางกลยุทธ์และรูปแบบการเขียน Content เช่น เพศ อายุ พฤติกรรม ความสนใจ ฯลฯ
    1.2) กำหนดบุคคลิกของแบรนด์ : บุคคลิกของแบรนด์ (Brand Personality) มีความสำคัญอย่างมาก แบรนด์ต้องกำหนดบุคคลิกให้ชัดเจนว่า หากนำแบรนด์ไปเปรียบเทียบกับคน แบรนด์คุณจะเป็นคนเพศไหน อายุเท่าไหร่ ลักษณะนิสัยอย่างไร เพื่อให้การเขียน Content เป็นไปได้ง่าย
    1.3) จุดอ่อน-จุดแข็งของแบรนด์ : คุณต้องทราบว่าแบรนด์ของตัวเองมีจุดออ่อน จุดแข็งตรงไหน เพื่อใช้ Content เป็นอาวุธในการอุดช่องโหว่ และทำให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับมือกับคู่แข่ง
    1.4) สำรวจคู่แข่ง : เพื่อปรับแผน Content ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
  2. การวางแผนระยะยาวในการทำ Content Marketing เพื่อลงโฆษณาสินค้า
    หลายองค์กรมักคิดว่าการทำ Real- Time Content โดยเอาเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์มาผูกโยงกับแบรนด์จะช่วยทำให้เกิด Engagement  (Like, Share, Comment) มากกว่าการทำ Content แบบวางแผนล่วงหน้า โดยหารู้ไม่ว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ทิศทางการนำเสนอเนื้อหาบนหน้า Page หรือ Website ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
    ดังนั้นการลงโฆษณาสินค้าด้วย Content ที่ถูกต้องจึงควรมีการวางแผนระยะยาวเตรียมไว้ ว่าในเดือนแรกจะทำอะไร และเดือนต่อไปจะทำอะไร โดยกำหนดหัวข้อ Content ไว้คร่าวๆ เช่น เดือนแรกเป็นการทำ Content เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ด้วยการเน้นทำ Content รูปแบบ Knowledgeและต่อมาในเดือนที่สองจึงจะเริ่มเปลี่ยนไปขายสินค้า

โปรโมท facebook วิธีไหนบ้าง

อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบัน สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย จุดนี้จึงทำให้ในโลกของการค้าขาย ได้ดึงเอาประโยชน์ในส่วนนี้มาใช้ ก่อให้เกิดเป็นการตลาดออนไลน์ขึ้น ผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะสื่อยอดฮิตอย่าง Facebook ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ มักจะมีช่องทางสื่อสารกับลูกค้าผ่านเพจ facebook เป็นของตนเอง แต่จะทำอย่างไรให้เพจของเราเป็นที่รู้จัก และสามารถปิดการขายได้ในที่สุด

ซึ่งวันนี้เราจะมาคลายข้อข้องใจข้อนี้กัน ว่าจริงๆ แล้วการ โปรโมท facebook page ของเรานั้น มีได้หลากหลายวิธี แต่วันนี้เราจะนำเสนอวิธีหลักๆ 2 วิธีที่เป็นฟังก์ชันจากทาง Facebook ให้ได้ดูกัน ตามมาดูดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้าง

โปรโมทเพจ

การโปรโมทเพจ เป็นวิธีแรกๆ ที่เราควรจะทำ หากคิดที่จะโปรโมท facebook page ของตนเอง เพราะเมื่อเรากดโปรโมท และดำเนินการตั้งค่าต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ทางระบบของ Facebook ก็จะขึ้นโฆษณา และเผยแพร่ไปตามหน้า Feed ของกลุ่มเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ โดยโฆษณาที่ขึ้นไปนั้น จะมีแนวโน้มไปในทางเชิญชวนให้กดไลก์ และกดติดตามเพจ ซึ่งผู้ที่พบเห็นการโปรโมท facebook page ด้วยวิธี
โปรโมทเพจนี้จะเห็นคร่าวๆ ว่าเพจของคุณเกี่ยวกับอะไร และมีสินค้าและบริการประเภทไหนบ้าง ซึ่งหากตรงตามความต้องการของพวกเขา ก็ย่อมมียอดการกดถูกใจเพิ่มขึ้น และอาจต่อยอดไปถึงการซื้อ-ขายได้อย่างแน่นอน

โปรโมทโพสต์

เมื่อคุณมีเพจที่อยู่ตัวพอสมควรแล้ว ขั้นต่อไป คุณควรจะมีตัวคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่คุณนำเสนอไว้ในเพจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นเนื้อหาเหล่านั้นต้องเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับสินค้าหรือบริการจากเพจของคุณได้ โดยคุณควรจะทำโพสต์ขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งโพสต์สำหรับโปรโมท เพื่อทำให้คนรู้จักตัวตนของคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในร้านมีอะไรบ้าง กิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การให้ประโยชน์หรือความรู้ที่ผู้พบเห็นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งหากคุณโปรโมท facebook page ของคุณ ด้วยวิธีการ
โปรโมทโพสต์ ผู้ที่มาพบเห็นก็จะมีส่วนร่วมกับโพสต์ทีคุณโปรโมท ไม่ว่าจะเป็นกดไลก์ คอมเมนต์ หรือกดแชร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เพจของคุณเป็นที่จดจำ และมีผู้เข้ามาชมภายในเพจมากขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงการมาสั่งซื้อสินค้าหรือบริการของคุณด้วยนั่นเอง

ในความจริงแล้วการโปรโมท facebook ทั้ง 2 วิธี ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทเพจ หรือการโปรโมทโพสต์ ควรเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หรือพร้อมๆ กัน เพราะเมื่อเพจของคุณเป็นที่รู้จัก ก็มีสิทธิมากที่คนจะเข้ามาชม หากคุณไม่ทำเนื้อหาภายในเพจให้ดีก็อาจจะลดความน่าสนใจลงไป และอาจทำให้การลงทุนของคุณครั้งนี้เปล่าประโยชน์ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณเช่นกันว่า อยากลองใช้วิธีโปรโมท facebook page ของคุณด้วยวิธีไหนมากกว่ากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบอีเมลที่ส่ง

นอกจากการเขียนจดหมายไปรษณีย์เพื่อการสื่อสารผ่านตัวอักษร หรือจดหมายที่เป็นทางการแล้ว การส่ง Email ก็ถือเป็นจดหมายที่เป็นทางการที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารแบบทั่วไป และภายในองค์กร แต่เราจะมีวิธีที่ไหนที่ทำให้อีเมลของเราดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากอีเมลฉบับแรกถูกส่งไปเมื่อปีพ. ศ. 2514 จึงกลายเป็นวิธีหนึ่งในการเข้าถึงลูกค้าของคุณ อีเมลยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีค่ามากที่สุด แต่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจของตนในขณะที่ยังให้ความสำคัญกับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า  หลายคนมีข้อสันนิษฐานว่าอีเมลจะตายเนื่องจากเทคโนโลยีใหม่และยุคดิจิตอลที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามตาม DMA อีเมลมี ROI เฉลี่ยอยู่ที่ 122% ซึ่งสูงกว่าสื่อทางสังคมออนไลน์อื่นๆ  นอกจากนี้ตาม Radicati มี 205 พันล้านอีเมลที่ส่งทั่วโลกทุกวัน จำนวนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 246 พันล้านอีเมลที่ส่งไปทั่วโลกในปี พ. ศ. 2562

ดังนั้น สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มทำการตลาดทางอีเมล คือ รูปแบบอีเมลที่ควรส่ง หรือสิ่งที่ควรทำในอีเมลนั้นๆ ซึ่งเราได้สรุปมา 5 รูปแบบ ดังนี้

 

1. ดึงดูดความสนใจลูกค้าเป้าหมาย ทำให้ง่าย แต่เพิ่มภาพเพื่อดึงดูดความสนใจ

ความเข้าใจผิดคือการทำให้การออกแบบอีเมลดูซับซ้อนและสวยงาม และให้ข้อมูลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในความเป็นจริงผู้รับ หรือผู้อ่านมีช่วงเวลาในการเปิดดูที่จำกัด พวกเขาใช้เวลาเฉลี่ย 11.1 วินาทีในการอ่านอีเมลก่อนที่พวกเขาจะคลิกไปยังส่วนต่างๆ เพิ่มเติม หรือปิดมันไป  แม้ว่าจะมีบล็อกจำนวนมากที่ระบุอีเมลที่ดีที่สุดเป็นอีเมลที่ไม่มีรูปภาพ แต่เรากลับพบว่าการใช้ภาพหนึ่งภาพกลับได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไม่มีภาพเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการกระตุ้นให้ผู้อื่นดาวน์โหลดรายงานหรือเนื้อหา ภาพจะช่วยให้มี CTA ที่ชัดเจน และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และยิ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อหาอีเมลอีกด้วย

 

2. อีเมลส่วนตัว (Personalization) และต้องชัดเจน

ไม่มีใครอยากเห็นอีเมลที่เต็มไปด้วยแบนเนอร์และรูปภาพเยอะมากเกินไป ถ้าคุณจะขอให้พวกเขาทำอะไร ควรกำหนด หรือแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน รวมถึงควรเป็นไปในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงถึงผู้รับ หรือผู้อ่านด้วย

บรรทัดหัวเรื่อง: ควรเป็นเรื่องส่วนตัวและตรงไปตรงมาราวกับว่าคุณกำลังพูดคุยกับใครสักคนในแบบ 1-on-1

เนื้อหาอีเมล: ควรคล้ายกับหัวเรื่องของคุณ คือ ควรมีความเรียบง่าย ใส่ CTA แบบง่ายๆ แต่ชัดเจน เช่น “กำหนดเวลาการประชุม” โดยถ้าต้องการขอให้ผู้รับตอบกลับโดยตรง  คุณควรใส่รายละเอียด หรือแสดงให้เห็นเด่นชัดและสิ่งนั้นควรเข้าใจง่าย รวมถึงสามารถเห็นได้ชัดเจน  เช่น หน้า Landing Page  ที่ดูกระชับกว่าหน้าเว็บไซต์ ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปแบบที่อ่านง่าย ชัดเจน และไม่เต็มไปด้วยเนื้อหาและแบบฟอร์มการลงทะเบียนที่ละเอียดจนเกินไป

 

3. อีเมลนำเสนอเพื่อการขาย แจกของแถม และอีเมลการตลาด

ในแง่ของการแจกของรางวัลหรือการมีของแถมดูเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ดังนั้นคุณควรนำเสนอออกไปให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งมันไม่เพียงแค่ดึงดูดความสนใจเท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงให้เห็นว่าเป็นสินค้าอย่างไร มีความน่าเชื่อถือ หรือมีภาพลักษณืที่ดีมากน้อยแค่ไหน

บรรทัดหัวเรื่อง: ควรกระชับ ชัดเจน และสามารถสื่อถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับสินค้า แบรนด์ หรือองค์กรของคุณ

เนื้อหาอีเมล:  ควรสื่อสารแบบตรงไปตรงมา และโพสต์ข้อเสนอที่ดีที่สุดของคุณให้พวกเขาทราบ หากคุณขายสินค้าและมีของแถม คุณไม่ควรทำให้ผู้อ่านต้องคาดเดาว่าของแถมหรือสิ่งที่คุณกำลังพยายามจะขายคืออะไร ควรนำเสนอไปให้ชัดเจน

 

4. ข้อเสนอแนะและการสำรวจ หากคุณต้องการสำรวจความคิดเห็น จงนอบน้อม

อย่าพูดอะไร เช่น “ขอบคุณที่มาร่วมงานที่ดีที่สุดในโลก นี่คือการสำรวจ”  โปรดกลับไปดูข้อที่ 1 อย่างแรกคือต้องดึงดูดความสนใจก่อนและค่อยขอให้พวกเขาแสดงความคิดเห็น

บรรทัดหัวเรื่อง: ควรแสดงความถ่อมตนและเป็นกันเอง โดยใช้ประโยคที่ว่าสามารถ “ให้คำติชม” หรือ “ให้คำแนะนำ” แทนคำว่า “แบบสำรวจ” ตัวอย่าง: “เรารักความคิดเห็นของคุณ” หรือ “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ”

เนื้อหาอีเมล: ควรเริ่มต้นด้วยการขอบคุณในแบนเนอร์หรือหัวเรื่องแรกของคุณ และหลีกเลี่ยงการพูดถึงการสำรวจใน CTA ของคุณ โดยแทนที่ด้วยการใช้วลีอื่น เช่น ‘ให้ข้อเสนอแนะ’ หรือ ‘ให้คำแนะนำของคุณ’ ซึ่งคำเหล่านี้มักทำงานได้ดีกว่า ‘กรุณาทำแบบสำรวจนี้ให้สมบูรณ์’

 

5. การเรียนรู้อื่น ๆ

โดยทั่วไป 48 ชั่วโมง หลังจากส่งอีเมลฉบับแรก  คุณควรส่งอีเมลติดตามผลพร้อมกับหัวเรื่องที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สำหรับผู้ที่ไม่ได้เปิดอีเมลของคุณ ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มอัตราการเปิดอ่านแล้ว  ยังทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถเข้าถึงอีเมล หรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

กำหนดค่าส่วนบุคคล: ตามการตรวจสอบแคมเปญโดยเฉลี่ยแล้วอีเมลที่มีหัวเรื่องที่เป็นแบบส่วนบุคคลจะมีโอกาสเพิ่มอัตราการเปิดได้มากถึง 26% นอกจากนี้ข้อความหรือเนื้อหาในอีเมลที่เป็นแบบส่วนบุคคลยังช่วยปรับปรุงอัตราการคลิกผ่านโดยเฉลี่ย 14% และ Conversion 10%

ส่งเนื้อหาไปยังหน้า Landing Page: โปรดจำไว้เสมอว่าช่วงการอ่านอีเมลโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 11 วินาที ดังนั้นคุณต้องกระตุ้นให้ผู้อ่านคลิกและเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้า Landing Page ของคุณให้ได้ และวางเนื้อหาส่วนที่เหลือที่ต้องการจะนำเสนอเข้าไปในหน้า Landing Page แทน

365creation รับจัดงานอีเว้นท์

365creation บริษัทจัดงานอีเว้นท์ ทุกรูปแบบด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี เคยจัดงานให้กับแบรนด์ดังหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกรุงศรี,ธนาคาร UOB ,Dtac, Ais ,IBM,SINGHA, และอื่นๆอีกมากมาย นี้คือตัวอย่างผลงานของเรา

UOB Channels & Digitalisation Service Convention – Awards @ Bitec Bangna

Ford Exclusive Trip @ Ocean Marina, Chonburi

Krungsri Auto A NIGHT of R & R @ Bitec Bangna, Bangkok

FORD MOTIVATION TEAM @ Novotel Rim Pae, Rayong

Krungsri Auto Hall of Fame @ CRC Tower, Bangkok



MUBADALA Petroleum (Thailand) Love Samae San#6 
@ Chonburi

C-Channel Roadshow Audition @ University

PPM Together Party @ Sindhon Tower, Bangkok

CISCO Family Happy Day @ Khao Keaw Zoo, Chonburi

MUBADALA Mangrove Forest Camp @ Samut Song Khram

ที่มา: https://365creation.com/

MySQL ระบบจัดการฐานข้อมูล

MySQL คือ ตัวจัดการฐานข้อมูล ให้เป็นระบบ สามารถเก้ฐข้อมูลร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ รองรับคำสั่ง SQL และถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้หลากหลาย และบอกได้เลยว่า MySQL เป็น Open Source ที่มีการนำไปใช้งานมากที่สุด

MySQL เป็น Open Source ที่มีประสิทธิภาพสูงทางด้านการจัดการฐานข้อมูลโดยใช้ภาษา SQL. ซึ่งตัว MySQL ก็มีให้เลือกใช้ทั้งแบบฟรี และแบบที่ใช้ในเชิงธุรกิจด้วย

MySQL เป็นที่ยอมรับในเรื่องความเร็ว เพราะตัวโปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลนี้สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งาน ไปจนถึงการรองรับข้อมูลขนาดใหญ่จำนวนมากได้อย่างสบายๆ

MySQL ใช้งานง่าย สามารถใช้ได้บนระบบปฏิบัติการที่หลายหลาย เช่น  UNIX OS/2 MAC OS Windows นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้งานกับ Web Application หรือ Web Development Platform เกือบทุก Website ใช้โปรแกรม MySQL ในการจัดการฐานข้อมูลแล้วทั้งนั้น

MySQL มีการอัปเดตความสามารถของตัวโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัปเดตเมนูการใช้งานให้สะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ MySQL มีความสามารถใหม่ๆ ที่สามารถแก้ปัญหา ข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อยู่เสมอ

 

เห็นได้ว่าด้วยความสะดวกสบาย และความสามารถที่หลากหลายในการใช้งานโปรแกรม ทำให้โปรแกรม MySQL ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ที่สำคัญ MySQL มีความน่าเชื่อถือ รวดเร็ว ปลอดภัย และเหมาะที่จะนำไปใช้งานเพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Joomla ระบบบริหารจัดการ

อยากจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ ในส่วนของบทความ รูปภาพ หรือแม้แต่การปรับแต่ง โยกย้ายโมดูล ง่ายๆแบบไม่ต้องเขียน Code ด้วยภาษา HTML, PHP, SQL แค่ติดตั้ง การใช้งาน CMS ในการปรับแต่ง เท่านั้น

Joomla เป็น CMS ที่ได้รับความนิยม เพราะมีระบบการจัดการเนื้อหาที่มีรูปแบบสากล การปรับแต่งหน้าตาของเว็บไซต์ได้ง่าย และยังสามารถดาวน์โหลด Template ได้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Joomla ก็คือมี Extension จำนวนมากให้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้ เช่น Component, Module, Plugin

Joomla มีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าการออกแบบเว็บไซต์ด้วย CMS Joomla จะมีความปลอดภัย และที่สำคัญคือมีการรองรับภาษาไทย 100% เพราะมีทีมงานคอยดูแลเรื่องภาษา จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าการใช้ภาษาไทยในส่วนไหนจะผิดเพี้ยนหรือไม่ และถ้าหากใครยังใช้เวอร์ชันเก่าอยู่ เราขอแนะนำให้ Upgrade อยู่เสมอนะคะ เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเว็บไซต์

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับผู้เริ่มต้นมักไม่ได้มาจาก Joomla แต่จะมีปัญหากับ PHP, MySql เวอร์ชันเก่าจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น สามารถตรวจเช็คได้ในตอนดำเนินการติดตั้ง จะมีหน้าเว็บเพจที่ตรวจสอบว่าสามารถติดตั้งหรือรองรับได้หรือไม่ ถ้าหากไม่รองรับแนะนำให้หาตัวใหม่มาลงจะดีกว่า เพราะปัญหามักเกิดในตอนที่ติดตั้งตัวเสริมต่างๆ เข้าไปมากกว่า บางตัวถึงขั้นไม่สามารถใช้งานได้ ติดตั้งไปก็จะ Error หรือติดตั้งผ่านแต่เมื่อใช้งานจริงก็ดันมีปัญหา

เราสามารถใช้ Joomla ได้กับเว็บไซต์หลากหลายประเภท เช่น เว็บท่า (Portals) หรือเว็บพอร์ทัล (Web Portal), เว็บไซต์เชิงพาณิชย์ (Commercial web sites), เว็บไซต์ที่ใช้ในองค์กร (Intranet web sites), เว็บไซต์ที่ไม่แสวงหากำไร (Non-Profit web sites), เว็บไซต์ส่วนตัว (Personal web sites), เว็บไซต์ที่สร้างจาก Flash (Integrated flash sites) เป็นต้น

ข้อควรรู้กับ LINE Official Account

ปัจจุบัน LINE Official Account เป็นช่องทางการติดต่อแรกๆ ที่ร้านค้าได้เลือกใช้ในการพูดคุยขายสินค้ากับลูกค้า แต่รู้หรือไม่ว่า LINE Official Account นั้นมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจและสามารถลดแรงและเวลาในการพูดคุยกับลูกค้าได้ ไปดูกันว่ามีอะไรที่ควรรู้และน่าสนใจบ้าง

  1. สามารถเข้า LINE และ LINE Official Account พร้อมกันได้ในเครื่องเดียว

ปกติ LINE จะสามารถใช้ได้ 1 เครื่องต่อ 1 บัญชี เท่านั้น แต่ LINE Official Account สามารถเข้าพร้อมกันได้หลายเครื่องต่อ 1 บัญชี และใน 1 เครื่อง สามารถเข้าได้หลายบัญชีอีกด้วย

  1. มีแอดมินได้มากถึง 100 คน และมีผู้ติดตามสูงสุด 300,000 คน

ปัญหาตอบลูกค้าไม่ทันจะหมดไป เพราะสามารถมีแอดมินใน 1 บัญชี ได้ถึง 100 คน อีกทั้งยังมีผู้ติดตามได้ถึง 300,000 คน จากปกติที่มีได้แค่ 5,000 คน

  1. สามารถตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติได้ (Auto Reply)

กรณีที่ติดงานด่วน หรือไม่สะดวกที่จะตอบลูกค้า สามารถตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติตอบกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องให้ลูกค้ารอนาน ซึ่งถ้าตอบช้าอาจทำให้เสียลูกค้าได้

  1. สามารถส่งข้อความหาผู้ติดตามได้ทั้งหมดในครั้งเดียว (Broadcast)

เวลามีโปรโมชั่นหรือไอเทมเด็ดก็สามารถ broadcast แจ้งให้ทุกคนพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาส่งให้ทีละคน

  1. สามารถส่งรูปภาพขนาดใหญ่พร้อมใส่ลิงก์ไปยังเพจหรือเว็บไซต์ได้ (Rich Message)

รูปภาพสร้างจุดสนใจได้มากกว่าตัวหนังสือ LINE Official Account จึงสามารถส่งรูปสินค้าได้ขนาดใหญ่เต็มจอและลิงก์ไปยังเพจและเว็บไซต์ได้อีกด้วย

  1. สามารถสร้างลูกเล่นใหม่ๆ เช่น จับฉลาก, คูปอง, บัตรสะสมแต้มได้

คุณสามารถสร้างกิจกรรมจับฉลาก บัตรสะสมแต้ม ใน LINE Official Account เพื่อให้ลูกค้าได้มาร่วมสนุกกันได้ เป็นการสร้างสีสันอย่างหนึ่ง

รู้แบบนี้แล้วอย่าพลาด ไปลองเล่นลองใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้ จะได้สร้างความดึงดูดและสนใจให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการส่งข้อความอีกด้วย

การทำโฆษณา youtube

ในปัจจุบันสื่อออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น ทั้งการติดต่อสื่อสาร การเสพข่าวสารใหม่ๆ และการขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ เรามักจะพบเห็นการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำการตลาดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์กำลังมาแรงมากในขณะนี้ 

การทำโฆษณา youtube เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เพราะคุ้มค่าคุ้มราคา สามารถทำการโฆษณาแบบเห็นผลได้ในราคาประหยัด สำหรับ 4 จุดเด่นของการทำโฆษณา youtube มีดังต่อไปนี้

 

การลงทุนที่แสนจะถูก

โฆษณา youtube คิดค่าโฆษณาในรูปแบบ Pay Per Click คือจ่ายเมื่อมีคนคลิก และ Pay Per View ก็คือจ่ายเมื่อมีคนดูนั่นเอง แสดงให้เห็นว่าการทำโฆษณา youtube จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาดเพราะค่าบริการไม่แพงคุ้มค่าต่อการลงทุน

 

เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด

อย่างที่รู้กันดีว่า Youtube นั้นเป็นพันธมิตรกับ Google ทำให้การทำโฆษณา youtube สามารถเลือกกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้เหมือนกับการทำโฆษณาผ่านเว็บพันธมิตรอื่นๆ ของ Google นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น การกำหนด เพศ อายุ ความสนใจ รับรองว่าโฆษณา youtube จะเข้าถึงกลุ่มเป้าของคุณอย่างแน่นอน

 

youtube ไม่ได้มีดีแค่วีดีโอ

         เมื่อพูดถึงการทำโฆษณา youtube หลายคนคงคิดถึงการทำโฆษณาในรูปแบบวีดีโอ ซึ่งนอกจากโฆษณาในรูปแบบวีดีโอ โฆษณา youtube ยังมีโฆษณาในรูปแบบแบนเนอร์ที่แสดงอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ Youtube.com อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีความหลากหลายให้เลือกสำหรับการทำโฆษณานอกเหนือจากรูปแบบวีดีโอ

 

         จะเห็นได้ว่าการทำโฆษณา youtube ตอบโจทย์การทำธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก และด้วยจุดเด่นทั้ง 3 ข้อนี้เองที่จะทำให้การทำโฆษณาประสบความสำเร็จ ดึงดูดลูกค้าเข้ามาให้ธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมเลือก youtube เป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจของคุณ