คลังเก็บหมวดหมู่: แว่นตา

งานอีเว้นท์ กลยุทธ์การตลาดเชิงกิจกรรม

กลยุทธ์ทางการตลาดเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถขึ้นเรื่อยๆ ทำให้วิธีอะไรที่เคยนิยมในวันนี้ พรุ่งนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่คนไม่สนใจและใช้ไม่ได้ผล สังเกตได้จากในโลกออนไลน์ที่ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social Network หรือ Social Media ผู้ประกอบการต่างก็หยิบกลยุทธ์ทางการตลาดมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดทุกวิธีการล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เพื่อสร้างบุคคลิกภาพของแบรนด์ (Brand Personality) และเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) แต่… ถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ จะถูกผลิตขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไร ก็มีหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเสมอมาแม้ตอนนี้จะเข้าสู่ยุค Digital Transformation นั่นก็คือ “การตลาดเชิงกิจกรรม”

 

การตลาดเชิงกิจกรรม หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าการจัดงานอีเว้นท์ (Event Marketing) คือ การที่บริษัทหรือแบรนด์ออกมาจัดกิจกรรมอะไรบางอย่างเพื่อส่งเสริมสินค้า (บริการ) และชื่อเสียงของบริษัทให้เป็นที่ยอมรับ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งอาจกลายเป็นลูกค้าอนาคตได้เข้ามามีส่วนร่วม

โดยข้อดีของการทำการตลาดเชิงกิจกรรม หรือการจัดงานอีเว้นท์ คือ

  1. ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และสินค้า (บริการ) กับลูกค้า เพราะการจัดงานอีเว้นท์เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวแทนของแบรนด์ ที่ในที่นี้อาจเป็นได้ทั้งพนักงานไปจนถึงผู้บริหารได้พูดคุย รับฟังความคิดเห็นกับลูกค้าได้
  2. ช่วยสร้างการจดจำในแบรนด์ เพราะจากการที่งานอีเว้นท์เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และมั่นใจในคุณสมบัติของสินค้า
  3. ช่วยทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าหรือบริการ เนื่องจากการจัดงานอีเว้นท์ ทางแบรนด์สามารถสามารถเลือกกิจกรรมที่อยู่ในความสนใจของลูกค้าเป้าหมาย และสร้างโอกาสให้ลูกค้ารู้จัก และชอบตราสินค้ามากขึ้นได้
  4. ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้มากกว่าวิธีการอื่นๆ เพราะงานอีเว้นท์เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป้าหมายและบุคคลทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมและเกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน หรือดำเนินการส่งเสริมการขายไปพร้อมกันด้วย

ซึ่งการจัดงานอีเว้นท์นั้นมีได้หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่งานขนาดเล็กอย่างการออกบูธไปจนถึงงานขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นพัน เป็นหมื่นคน สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. การจัดงานประกวด (Contest) เป็นการจัดกิจกรรมการประกวดขึ้นมา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่คนนอกได้มีโอกาสเข้าร่วมและมีการมอบรางวัล ซึ่งในปัจจุบันนั้น การจัดประกวดกำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเพื่อหาตัวแทนที่จะมาเป็นนางแบบหรือถ่ายแบบให้กับแบรนด์หรือการประกวดความสามารถด้านอื่นๆ
  2. การจัดการแข่งขัน (Competition) เป็นการจัดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อทดสอบความสามารถต่างๆ มีได้ทั้งระดับเล็กในชุมชน ไปจนถึงระดับใหญ่ระดับประเทศเช่น การแข่งขันกีฬาสีชุมชน การแข่งขันกีฬารวมดาราช่อง xx
  3. การจัดงานฉลอง (Celebration) เป็นการจัดงานอีเว้นท์โดยใช้วาระโอกาสในวันสำคัญต่างๆ ที่อาจเป็นวันที่รู้จักกันเป็นสากล (วันสำคัญตามปฏิทิน) หรือวันสำคัญของแบรนด์ เช่น วันก่อตั้งแบรนด์ วันครอบปี ฯลฯ มาเป็นตัวจัดงาน
  4. การเปิดตัวสินค้าใหม่ (Launching) เป็นงานอีเว้นท์ที่องค์กร บริษัท หรือแบรนด์ได้นำนำเสนอผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์แล้ว ยังได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจเจ้าอื่นๆ

การจัดงานสัมมา (Seminar) เป็นงานอีเว้นท์ประเภทการให้ความรู้และข้อมูลแก่คนจำนวนมาก เช่น งานสัมมนาการขาย งานสัมมสนาสินค้า ฯลฯ มาก โดยอาจจัดเป็นแบบส่วนตัวภายในบริษัทหรือแบบสาธารณะให้คนนอกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมก็ได้

www.365creation.com บริษัทรับจัดงานอีเว้นท์

วิธีดูแลแว่นตาและแว่นกันแดดให้เหมือนใหม่

มันเป็นเรื่องปกติที่ของที่มีการใช้งานนานแล้วจะเริ่มสกปรกหรือเสื่อมมภาพลง อย่างแว่นสายตา หรือแว่นกันแดด แต่ถ้าเรารู้จักวิธีที่ถนอมและดูรักษาอย่างถูกวิธีแล้วละก็ มันก็จะสามารถทำให้เรายืดระยะเวลาของการใช้งานได้เพิ่มขึ้นวันนี้เราจะพามารู้จักวิธีดูแลรักษา วิธีทำความสะอาด และวิธีการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี ทั้งงแว่นสายตา และ แว่นกันแดด

Giftgreats แว่นตา

สิ่งที่ควรปฏิบัติในการดูแลแว่นตาและแว่นกันแดด

  • สวมแว่นและถอดแว่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แว่นเสียรูปทรง และการถอดแว่นด้วยมือเดียว จะทำให้ขาแว่นตากางออกหนึ่งข้าง ทำให้แว่นเสียศูนย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการมองเห็น
  • หากต้องเช็ดแว่นควรใช้ผ้าเช็ดแว่นในการเช็ดแว่นที่เป็นไมโครไฟเบอร์โดยเฉพาะ หรือหากไม่มี ควรเลือกใช้ผ้าที่อ่อนนุ่ม เพื่อไม่ให้เลนส์แว่นเกิดรอยขูดขีด
  • ควรทำความสะอาดแว่นตาและแว่นกันแดดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งน้ำยาที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งน้ำยาทำความสะอาดแว่นโดยเฉพาะ และน้ำยาล้านจานที่นำมาผสมน้ำให้เจือจาง
  • หากใช้น้ำยาล้านจานในการทำความเลนส์แว่น ไม่ควรเทน้ำยาลงบนผิวเลนส์โดยตรง ให้ใช้นิ้วแตะมาถูที่เลนส์แว่นให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
  • ไม่ควรปล่อยให้แว่นแห้งเพราะจะทิ้งรอยคราบน้ำเอาไว้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อการรักษาแว่นตาและแว่นกันแดด

  • เมื่อตัวแว่นมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพราะหลวม คับ หรือเสียรูปทรง ห้ามแก้ไขหรือปรับแต่งด้วยตนเอง การนำแว่นตาไปติดต่อทางร้านเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดคว่ำหน้าลงกับพื้น / ในกระเป๋าเสื้อ เนื่องจากจะทำให้เลนส์แว่นเกิดรอยขีดข่วนจากสิ่งของ ทางที่ดีเมื่อใช้งานเสร็จ ควรเก็บแว่นลงกล่องหรือซองแว่นที่มีความแข็งแรงทุกครั้ง เพื่อป้องกันรักษาแว่นตาและเลนส์ให้ใช้ได้นาน และไม่เป็นรอย
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อเชิ้ต ผ้าลินิน และผ้าที่ทำจากขนสัตว์เช็ดเลนส์แว่น เพราะผ้าเหล่านี้มีเนื้อแข็งและหยาบ อาจจะทำให้เกิดรอยในระหว่างที่เช็ด
  • ไม่ควรวางแว่นตาหรือแว่นกันแดดไว้ในบริเวณที่มีแสงอาทิตย์นส่องขึ้นหรือมีความร้อน เช่น บริเวณคอนโซลรถยนต์ที่จอดกลางแดดเป็นเวลานาน บริเวณที่มีไอน้ำหรือลมร้อน อย่างในห้องน้ำร้อน ห้องซาวน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแว่นที่ทำจากวัสดุพลาสติก เพราะความร้อนอาจทำให้รูปทรงเปลี่ยนได้
  • ล้างเลนส์แว่นตาโดยใช้สบู่ เนื่องจากสบู่มีส่วนผสมของไขมันสัตว์ ที่จะทำให้ผิวเลนส์หนืด และทำให้ผิวเลนส์มัลติโค้ดเสีย
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้เลนส์แว่นโดนสารเคมีจำพวกน้ำหอม สเปรย์ฉีดผม น้ำยาเช็ดกระจก ฯลฯ ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวเลนส์ได้

เพียงไม่กี่วิธีป้องกันและวิธีดูแลง่ายๆ เท่านี้แว่นสายตาและแว่นกันแดดของคุณก็จะดูเหมือนใหม่ สามารถใช้งานได้นาน และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อยๆ แน่นอน

 

ขอบคุณภาพ แว่นตา จาก Giftgreats 

10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแว่นตา Google

ถ้าเกิดคุณเป็นคนนึงที่ถูกอกถูกใจภาพยนตร์ประเภท Sci-Fi คุณก็น่าจะเคยได้เห็นเทคโนโลยีนำสมัยแบบหุ่นยนต์ที่บินได้ การคุยเฟสทามผ่านทางนาฬิกา โดยมีการยิงสัญญาณภาพไปกลางอากาศ หรือการควบคุมคอมพิวเตอร์โดยการสัมผัส กับข้อมูลที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ถ้าเกิดเป็นในรูปแบบภาพยนตร์เทคโนโลยี แบบนี้เราคงเคยเห็นจนชินตา แต่ถ้าหากเทคโนโลยีเหล่านี้ออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงหละ คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไร ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคโนโลยีสุดล้ำที่เหมือนดึงเราเข้าไปอยู่ในโลกภาพยนตร์ Sci-Fi เทคโนโลยีที่เราจะพูดถึงนั่นก็คือ แว่นตาอัจฉริยะจาก Google.com เว็บไซต์ Search Engine ที่เป็นที่รู้จักกันดีของใครหลายๆคน มาดู 10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแว่นตา Google กันเถอะ

แบตเตอรี่ของแว่นตา Google มีความจุ 570 mAh ซึ่งสามารถใช้ได้นานถึง 1 วัน

  • แว่นตา Google ใช้ “เสียง” ในการสั่งงานเป็นหลัก โดยเมื่อคุณต้องการจะสั่งงานแว่นตา คุณต้องเริ่มด้วยการพูดว่า “OK Glass…” แล้วตามด้วยคำสั่งที่เราต้องการ เช่น “Google…” แล้วตามด้วย Keyword คือการใช้ Google Search
  • แว่นตา Google สามารถใช้การเอียงศีรษะเพื่อเลื่อนตำแหน่งของ Cursor ได้อย่างเช่นเมื่อเราได้ข้อมูลจากการค้นใน Google แล้วและเมื่อ Google แสดงผลลัพธ์ที่หน้าจอแล้วเราสามารถเลือกดูผลลัพธ์ได้จาก การ Swipe โดยใช้ศีรษะควบคุมการ Swipe
  • ข้างแว่นตา Google จะมีปุ่มคำว่า Glass อยู่ ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตรวจจับว่ามีการสวมแว่นตาอยู่หรือไม่
  • แว่นตา Google มี Touch Pad ที่ใช้ควบคุมการแสดงผลของหน้าจอ โดยใช้นิ้วมือปัดเลื่อนไปทางซ้าย หรือขวาของ Touch Pad เพื่อเลื่อนเมนู และปัดนิ้วลงเพื่อเป็นการถอยหลัง (Back) กลับไปก่อนหน้า
  • แว่นตา Google มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องถึง 16 GB ใช้ได้จริง 12 GB ซิงค์กับ Google Cloud Storage และมี RAM ขนาด 1 GB
  • กล้องถ่ายรูปของแว่นตาจาก Google ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลสามารถปรับองศาของกล้องได้
  • ความละเอียดในการบันทึกวิดีโอของแว่น Google บันทึกได้ถึง HD 720p
  • แว่นตา Google สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone และอุปกรณ์ GPS เพื่อใช้ GPS ผ่านแว่นตาได้
เลนส์แว่นตา

รู้ไว้ก่อนซื้อ! การเลือกเลนส์แว่นตา สำคัญกว่าที่คุณคิด

คนทุกคนย่อมมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน เรื่องของสายตาเองก็เช่นเดียวกัน การเลือกแว่นตาใส่ไปไหนมาไหนจึงควรต้องเลือกให้เข้ากับรูปหน้าเรามากที่สุด นอกจากแว่นตาที่ใส่จะต้องเหมาะกับเราแล้ว การเลือกเลนส์แว่นตาก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นในการตัดแว่นสายตานั้น เราต้องคำนึงถึงสายตาของเรา รวมไปถึงเลนส์แว่นตา วันนี้เรามีข้อแนะนำในการเลือกแว่นสายตามาฝากกันค่ะ ลองดูกันนะคะว่าคุณเหมาะกับแบบไหน

เลนส์แว่นตา

เลนส์แว่นตา

  1. สายตาปกติ

สำหรับผู้ที่มีสายตาปกติ หากสนใจที่จะใส่แว่นตาก็ต้องคำนึงว่าจะนำไปใช้งานในลักษณะใด หากต้องใช้สายตาในการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือต้องเผชิญกับฝุ่นและแสงแดดบ่อยๆ ก็ควรสวมแว่นที่เป็นแว่นตากรองแสง โดยเป็นเลนส์มัลติโค้ด หรือเลนส์มัลติโค้ดเปลี่ยนสีก็สามารถช่วยป้องกันได้

  1. สายตาสั้น

ผู้ที่สายตาสั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้แว่นตาที่ขอบหนาเป็นพิเศษ และการเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกใช้เลนส์แบบย่อบางเคลือบแข็ง จะสามารถช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นได้

  1. สายตาสั้นและเอียง

ผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง ในบางครั้งจะมีอาการปวดหัว หรือมึนงง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้แว่นตาที่มีเลนส์มัลติโค้ดเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้มองเห็นภาพได้คมชัด เพราะมีความใสกว่าเลนส์พลาสติก จึงสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้

  1. สายตายาว

สำหรับผู้ที่มีสายตายาวจะมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ลักษณะของเลนส์จะเป็นแบบที่ตรงกลางหนาเป็นพิเศษ การเลือกเลนส์แว่นตาควรเลือกแบบย่อบางเคลือบแข็ง ซึ่งสามารถทำให้มองเห็นชัดขึ้นได้เป็นอย่างดี

  1. สายตายาวและเอียง

ผู้ที่มีสายตายาวและเอียง จะมีปัญหาคล้ายๆ กับผู้ที่มีสายตาสั้นและเอียง คือในบางครั้งจะมีอาการมึนงง ดังนั้นแว่นตาที่ใช้ก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งก็คือเลนส์มัลติโค้ด เพราะจะทำให้มองภาพได้คมชัด และมีลักษณะที่ใสกว่าเลนส์พลาสติก ช่วยในการมองเห็นได้ดี

นอกจากนั้นในการเลือกเลนส์แว่นตา นอกจากจะต้องคำนึงถึงสายตาแล้ว เมื่อไปเลือกซื้อแว่นเราควรคำนึงถึงหลักต่างๆ อีก อาทิ ให้ดูผลการวัดสายตาของเราให้ดี และให้คำนึงว่าสถานที่ที่วัดให้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะหากวัดสายตาผิดมาก็อาจทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ ต่อมาคือดูเรื่องของลักษณะการนำไปใช้ เช่น ใช้จ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เลนส์ที่ใช้ก็ควรมีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ด้วย เป็นต้น รวมไปถึงการเลือกวัสดุในการทำเลนส์ การเคลือบเลนส์ ให้ตรงตามความต้องการ และที่สำคัญควรศึกษาราคา และการรับประกัน โดยให้เรื่องของแบรนด์มาเป็นเรืองรอง เพราะถือว่าการรับประกันสินค้าสำคัญกว่าเป็นอย่างมาก

เลนส์แว่นตามีหลากหลายแบบ ดังนั้นการเลือกเลนส์แว่นตาก็ควรคำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อที่ว่าแว่นตาที่ซื้อมาจะได้อยู่กับเราไปนานๆ และเกิดประโยชน์กับผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด เพราะดวงตาของใครใครก็รัก การจะเสียเงินเพื่อดูแลตัวเองก็ไม่น่าใช่เรื่องเสียหายอะไรไม่ใช่หรือ?

ขอบคุณภาพ แว่นตา สวยๆจาก https://www.facebook.com/giftgreats/

เคล็ดลับในการเลือกแว่นตา กับรูปหน้าต่างๆ

วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเลือกเเว่นตา ให้เหมาะกับรูปหน้ามาให้ชมกันค่ะ 

*ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม (Square Face)

1.ควรเลือกกรอบที่ทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

2.กรอบที่แคบและมีความโค้งมนเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมน้อยลง และเพิ่มความยาวให้ใบหน้า

3.กรอบควรมีความยาวในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง

4.ลองเลือกกรอบรูปไข่ที่มีก้านแว่นอยู่ตำแหน่งตรงกลาง ไม่สูงหรือต่ำ

 

*ใบรูปหน้ากลม (Round Face)

1. กรอบที่แคบและเป็นมุมเฉียงเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

2. หลีกเลี่ยงกรอบแบบกลม จะทำให้หน้าดูใหญ่เกินความจริง

3. กรอบควรมีความกว้างมากกว่าความลึก

 

*ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมหรือรูปหัวใจ (Triangle or Heart Shaped Face)

1.เลือกกรอบที่ช่วยเพิ่มความกว้างตั้งแต่บริเวณใต้ระดับตาลงไปจนถึงคางที่แคบ

2.เลือกแบบที่สีอ่อนมากๆ และไม่มีกรอบ

3.ลองดูกรอบที่ด้านล่างกว้างกว่าด้านบน

4.กรอบแบบที่นักบินใช้ แบบผีเสื้อ หรือแบบคล้ายๆสามเหลี่ยม (ด้านบนโค้ง แต่ด้านล้างตรง) ก็ใช้ได้เช่นกัน

 

*ใบหน้ายาว (The Long or Rectangular Face)

1.กรอบควรทำให้หน้าดูสั้นลงและกว้างออก

2.กรอบควรจะมีความลึกจากด้านบนลงด้านล่าง

3.เพื่อให้หน้าดูนุ่มลง ควรเลือกกรอบแบบกลม ลึก หรือกรอบที่เป็นสามเหลี่ยม (ด้านบนเป็นเส้นตรง ด้านบนโค้ง) หรือกรอบที่เน้นเส้นในแนวนอน

4.สะพานแว่นที่อยู่ในตำแหน่งต่ำจะทำให้จมูกดูสั้นลง

 

*ใบหน้ารูปไข่ (The Oval Shape Face)

1.เลือกกรอบที่ทำให้หน้ารูปไข่คงความสมดุล

2.เลือกกรอบที่กว้าง หรือกว้างกว่าส่วนที่กว้างที่สุดของใบหน้า

3.เลือกกรอบสมส่วนเพื่อให้รับกับใบหน้า

4.เลือกกรอบที่เป็นแนวเดียวกับคิ้ว อย่าเลือกแว่นที่ทำให้เกิดแนวเส้นใหม่ขึ้นบน ใบหน้า

 

*ใบหน้ารูปเพชร (Diamond)

ใบหน้าแบบนี้เป็นแบบที่พบน้อยที่สุดค่ะ เพื่อที่จะทำให้ดวงตาดูเด่นและเบี่ยงเบนความสนใจไปจากโหนกแก้ม ลองเลือกกรอบที่มีรายละเอียดหรือเน้นที่คิ้ว หรือเลือกแว่นแบบไม่มีกรอบ, กรอบรูปไข่ หรือกรอบรูปตาแมว เพื่อเพิ่มความกว้างและเน้นส่วนด้านบนของหน้าที่แคบ ลองเลือกกรอบที่เน้นสีสันมากๆ หรือมีลูกเล่นที่กรอบด้านบนด้านเดียว หรือกรอบรูปตาแมว

 

เลือกได้ในอัลบั้ม FACEBOOK :  Giftgreats

#แว่นตา  #กรอบแว่น  #รับตัดเลนส์  #แว่นกันแดด